ดีที่สุดของตัวเอง

เข้ามาอ่าน reply ของ post ต่างๆ ที่เขียนไว้ ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ พลอย่างให้ web นี้ เป็นสิ่งดีๆ ที่รวบรวมคนน่ารักอยู่ด้วยกัน เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพลบ้าง

อ่าน comment แล้วก็เลยรู้สึกสนิทกันขึ้น อยากเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เหมือนพี่สอนน้องแล้วกันนะ พอดีเป็นเรื่องที่ทำให้มุมมองชีวิตของพลเปลี่ยนเหมือนกัน

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน พลมีมรสุมลูกใหญ่เข้ามาในชีวิต เป็นมรสุมงานครับ ไม่ใช่ไม่มีงานนะครับ มี มีเยอะมากมากมาก มากที่สุด แต่มีแต่ปัญหา ชีวิตพลผ่านการโวยวาย การเสียใจ การขอไหว้วอนคนรอบข้างให้ช่วยเหลือ การเอาตัวรอดอย่างถูถูไถไถไปก่อน ผ่านมาหมดแล้ว น้ำตาลแทบไม่มีแล้วจริงๆ บางทีแทบจะเป็นคนใจกระด้าง มีอะไรเข้ามาก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่พลก็พยายามให้กำลังใจตัวเองเสมอ ดึงตัวเองกลับมา

ลองสังเกตุสิครับ ว่าเวลาที่ชีวิตมีปัญหา ไม่ว่าจากคนที่เข้ามาเอาเปรียบ เข้ามาหลอกเรา ในช่วงเวลานั้น ถ้าเราอ่อนแอ คนเหล่านั้นจะยิ่งเข้ามาและเอาประโยชน์ เหมือนเอามีดทิ่มแทงเราจนพรุน ชีวิตในช่วงนั้นพลเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ไม่มีเหลือพื้นที่ให้รอยยิ้ม ให้ดีใจ

ในชีวิตการทำอาหารพลมี Role Model สองคนครับ คนแรกคือคุณต้น จิตรโภชนา ที่ทำย่าปานเคเทอริ่ง ต้นอายุเท่าพล ต้นอยู่ในครอบครับของการทำอาหารมาตั้งแต่เกิด ต้นมีคุณพ่อที่เก่งอย่างมห้ศจรรย์และจิตใจงามเหลือเกิน ในวันที่พลเปิดสปริง ครอบครัวต้นให้ความช่วยเหลือพลอย่างหมดใจ บุญคุณเหล่านั้นอยู่ในใจพลเสมอมา ในวันนั้น พลมีแค่ความรู้สึกว่า ทำไมพลเป็นเหมือนต้นไม่ได้ ถ้าได้ปัญหาทุกอย่างคงไม่มี คงจะถูกจัดการได้ง่ายเหลือเกิน สำหรับคนที่สองที่เป็น Role model ของพลก็คือ พี่บอย สุเจตน์ แสนคำ เชฟไทยที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ Sydney การได้ทำงานร่วมกับพี่บอยที่ซิดนีย์ คงเป็นของขวัญที่ฟ้าส่งมาให้กับพล เราคลิกกันเร็วมาก ถึงวันนี้ พลกับพี่บดยรู้จักกันแค่หนึ่งปีเต็ม แต่ความรู้สึกเหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต พี่บอยบินมาจากซิดนีย์มาช่วยพลในวันที่พลมีปัญหา มาจัดการปัญหาให้ทั้งหมด บางที เวลาที่เราอยู่กับปัญหา เราเลยไม่ได้เรียนรู้ว่าเราะจะจัดการกับปัญหายังไง ทั้งที่เราก็รู้วิธีแก้ แต่เราอยู่กับมันชนชิน จนเราอาจจะกลายเป็นตัวปัญหาไปเสียเอง

ความโอบอ้อมอารี บวกความเป็นมืออาชีพของพี่บอย ช่วยพยุงให้พลผ่านปัญหาไปได้อย่างช้าๆ พี่บอยเป็นคนสู้ ลุย และทำจริง ที่เหนือกว่านั้น พี่บอยมีความชำนาญงานหลายๆ อย่างที่พลไม่มี เชื่อไหม ว่าลึกๆ พลบอกกับตัวเองตลอดว่าอยากเก่งอย่างนี้จัง

คนเราบางทีก็ไม่มีใครสอนได้หรอก พี่บอยเอง หรือต้นก็คงได้ฟังพลพูดจนเบื่อว่าอยากเป็นอย่างเขา วันหนึ่งต้นบอกพลว่า พลไม่เหมือนต้น เพราะเราเป็นอะไรที่คนละอย่างกันเลย ต้นอยู่กับ operation การทำงานหน้างานมากกว่า ทำงานเป็นศิลปะ พลอยู่กับการคิดเมนูสนุกๆ สร้างสรรค์ไปวันๆ มากกว่างาน operation เราจะเหมือนกันได้อย่างไร คิดตามหลักจิตวิทยา พลว่า คนเรามักชื่นชมคนที่มีในส่วนที่เรารู้สึกว่าเป็นข้อบกพร่องของเรา

แต่พี่บอย ทุกครั้งที่พลบอกกับพี่บอยว่าอบากเก่งเหมือนพี่บอย พี่บอยไม่เคยมีคำพูดอะไรที่ให้คำตอบหรือพูดอะไรกับพลได้ พลว่าคงยากนะ เพราะไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

มาถึงเรื่องของเรื่องแล้วครับ พลว่า พลคงทำบุญมาบ้างแหละ ปัญญามันเกิดเอง วันนั้นหลังจากที่เคลียร์ปัญหาได้ อยู่เฉยๆ พลก็รู้ตัวขึ้นมาว่าพลไม่สามารถเป็นใครได้ทั้งนั้น น้ำตาพลไหลออกมา พลหันไปหาพี่บอย แล้วบอกพี่บอยว่า พลรู้แล้วครับ ว่าพลไม่มีทางเป็นต้นหรือเป็นพี่บอยได้ ไม่มีทาง พลเป็นได้เพียง ที่ดีที่สุดของตัวพลเอง พลสอนอะไรคนอื่นเยอะแยะ แต่กลับสอนตัวเองได้ เป็นตัวเองให้ดีขึ้นทุกวันก็ดีเหลือเกินแล้ว มั่วแต่มองคนอื่น ไม่ดูสิ่งที่ตัวเองมี

หลังจากคำพูดสั้นเท่านั้น พี่บอยก็พูดเสียงอ่อนกับพลว่าพี่ดีใจที่พลคิดได้ พี่บอยคงคอยมานานว่าความกระหายอยากเป็นคนอื่นของพลมันจะจบลงเมื่อไร ทุกวันนี้พลภูมิใจในสิ่งที่พลเป็นครับ พลพอใจกับสิ่งที่พลเรียนรู้และพัฒนา โอกาสดีๆ เข้ามาทุกวัน ค่อยๆ รับไปวันละนิดวันหน่อย ทุกวันนี้นั่งอ่าน comment ใน facebook หลายครั้งที่แอบดีใจที่เห็นคนเขียนว่า อยากทำอาหารเก่งเหมือนคุณพล แต่ก็แอบยิ้มในใจว่า จะมีวันไหนนะ ที่คุณเหล่านั้น จะบอกว่าไม่อยากเป็นพลล่ะ แต่อยากเป็นที่ดีที่สุดของตัวเองก็พอ

This entry was posted in ไดอารี่ของพล. Bookmark the permalink.

18 Responses to ดีที่สุดของตัวเอง

  1. Tikky says:

    ขอชื่นชมพี่พลมีความสามารถหลายด้านจริงๆค่ะ
    แต่ชอบบทบาทที่พี่มาทำอาหารมากที่สุดค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    น้องติ๊ก

  2. Angel says:

    โชคดีมากๆเลยค่ะที่มีคนดีๆมาช่วยเหลือ แค่นี้ก็โชคดีมากๆแล้ว มากๆแล้วจริงๆ ได้พักเหนื่อยที่นี่แล้ว โอเคแล้วใช่ไหมคะ

  3. Jup Donmuang says:

    สวัสดีครับพี่พล (^/\^)..

    ส่งรูปกับประวัติใช่ไหมครับ…

    อืมผม จะจบอีกก็ คือผมเพิ่งเรียนปี 1 น่ะครับพี่พล

    แต่ผมก็มี ความเข้าใจในการทำอาหารพอสมควรนะครับ

    ประวัติการทำอาหารคราวๆ ของผมนะครับ…

    ม.4 – ม.6 ทุกๆปิดเทอมและเสาร์อาทิตย์
    ผมจะไปช่วย ย่ากับลุง ขายอาหารตามสั่ง(ชอบมากๆครับ)อยู่ได้ทั้งวันไม่เบื่อ
    ที่ศูนย์อาหาร แมคโครสาขาแจ้งวัฒนะครับ…ว่างๆเสาร์อาทิตย์พี่พล ลองแอบมาดูก็ได้ครับ^^

    และก็เคยมีโอกาศได้เข้าไปฝึกงานที่ ร้าน Shabu Shi เป็นผู้ช่วยกุ๊กครับ

    จิงๆผมก็ไม่ได้ทำอาหารเก่งเลยครับพี่พล แต่ผมชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอครับ…

    ผมจะส่งประวัติไปให้พี่ทางไหนบ้างหรอครับ…

    ขอบคุณมากครับพี่พล

  4. kittyammy says:

    ได้อ่านไดอารี่ของพี่พลวันนี้ทำให้หนูคิดอะไรได้บางอย่างเหมือนกันค่ะ หลายๆครั้งที่หนูชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นว่าทำไมน้า เราไม่เก่งเหมือนเพื่อนคนนั้น สมัยเรียนน่ะ คะแนนก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรกับเค้า หนูเป็นคนที่ไม่เก่งแนวๆคำนวณ วิทย์ๆอะไรพวกนั้น ชอบทางภาษา ศิลปะมากกว่า เรียนๆเล่นๆจนจบกับเค้ามาเหมือนกัน แต่จริงๆก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบงานแบบไหน อะไรคือสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะทำ จบใหม่ๆก็ใช้ความรู้ภาษาจีนที่มีทำงานเป็นผู้ช่วยธุรการอะไรไปตามเรื่อง แต่เหมือนว่า ชีวิตเราไปติดกับฟันเฟืองแห่งชีวิตออฟฟิทเกินไป ได้แต่อิจฉาเพื่อนบางคนที่มีกิจการเล็กๆของตัวเอง หรือไม่ก็ไปทำงานต่างประเทศตามที่เค้าใฝ่ฝัน แต่เราต้องมานั่งพิมพ์งาน ถ่ายเอกสารเป็นกองๆแต่รับเงินเดือนกินไปวันๆ
    ตอนนี้ก็ได้หลุดออกมาจากวงจรออฟฟิทเต็มตัวแล้ว เห่อๆ แต่ก็มาอยู่กับวงจรแห่งการรอคอยวีซ่าไปเมกาแทน เป็นวีซ่าคู่หมั้น เชื่อไหมคะว่าทำเอกสารตั้งแต่กพ.แล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ไปเลย ทางสถานทูตขอเอกสารเพิ่ม เราก็ส่งไปล่ะ แต่เค้าก็ไม่ตอบกลับมาเลย รอจนเครียด งานก็ไม่ออกมาแล้ว เลยศึกษาวิธีการทำขนม อาหาร ตามที่เราชอบ เผื่อจะได้ทำมาหาเลี้ยงชีพที่โ้น้นได้บ้าง หนูดูวิดิโิอรายการพี่พลทุกคืนเลย รู้สึกพี่เป็นแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้หนูมากๆ อย่างที่พี่พูดน่ะถูกแล้วค่ะ ที่ดีที่สุดของตัวพลเอง หนูก็จะพยายามดีที่สุดในตัวของตัวเองเช่นกัน ขอบคุณค่ะ

  5. mejee says:

    เข้าใจความรูสึกพี่พลค่ะ เพระบางครั้งหนูก้ตกอยู่กับความรู้สึกที่
    ที่มีคนรอบข้างคอยเอาเปรีบย ดึงผลประโยชน์จากเรา ทำให้เราอยากที่จะเดินหนีจากตรงนั้น
    ไม่อยากพบอยากเจอคนเหล่านี้ จนบางทีสุดๆๆจริงๆๆ ร้องไห้บ้างก้มี แต่ก้บอกกับตัวเองว่าอดทนไหว สู้ๆๆ นะ ไม่ใช่เราคนเดียวที่เจอเรื่องราวเหล่านี้ ยังมีคนอีกมากเป็นเหมือนเรา
    สิ่งที่เราทำที่เราเป็นในวันนี้ มันก้คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง ไม่ได้มีใครมาสร้างมัน
    การที่เราจะคอยเป้นเหมือนใครๆๆ นั้น บางทีมันก้ดีนะ ทำให้เรามีความพยายามที่จะเป้นเหมือนเขา แต่ดีกว่านี้ถ้าเราเป้นเราเอง ก้เคยอย่างเป้นเหมือนพี่พลนะ แต่ก้เป้นไม่ได้หรอก เป้นได้เเค่ตัวเราเอง แต่อาจจะเอาข้อคิด และความสำเร็จที่พี่พลได้ประสบมา เป้นพื้นฐานให้กับตัวเอง
    ดีใจนะที่ได้รู้จักพี่พล ในวันนี้ รู้จักสิ่งที่พี่พลเป้นอยู่ แล้วจะคอยเป็นกำลังใจให้กับทุกๆๆ ปัญหาที่พบเจอ และเชื่อคะว่าพี่พลจะทำได้ดีกับสิ่งที่รัก แม้จะมีอุปสรรคบ้างก้ตาม สู้ๆๆ นะค่ะ

    • เช่นกันครับ สู้สู้ เมื่อเราผ่านมันไปได้ เราจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าต้องการที่จะทำ

  6. Jup Donmuang says:

    *หนทางที่แสนยาว เมื่อเริ่มก้าวทุกอย่างก็สั้นลง*

    จริงไหมครับพี่พล

    555+

  7. น้ำฝน says:

    ฝนเชื่อค่ะพี่ ว่าคนดี ๆ จะดึงดูดคนดี ๆ เสมอ ถ้าเราทำดี เราจะได้สิ่งดี ๆ ตอบแทนในสักวันค่ะ
    เป็นกำลังใจแบบห่าง ๆ นะค่ะ เพราะว่าฝนไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเลยค่ะ พอมาเล่นเฟซบุคถึงได้ติดตามพี่พลต่อได้

  8. aeynaphat says:

    ^-^ สู้ ๆ นะคะ..คุณพล^-^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s