เทศกาลละครที่เจ็ดเสมียน

เพิ่งตื่นจากนอนกลางวันครับ โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด เมื่อวานงานเข้าหนักครับ ทำงานจริงๆ ไม่นาน แต่ขับรถไกลหน่อย พลไปราชบุรีกับเชฟโอม และก็น้องอ้อและแอน เราออกกันตั้งแต่ก่อนเที่ยง แวะกลางทางกินข้าวกินขนม ทำให้กว่าจะถึงก็เกือบบ่ายสาม แวะไปที่บ้านสวนศิลป์ ของพี่นาย มานพ มีจำรัส หลายๆ คน ที่ไม่ได้อยู่ในวงการละครเวที หรือ performing art อาจจะไม่คุ้นเคยก็ชื่อพี่นาย พี่นายเป็นศิษย์เอกของครูเล็ก ภัทราวดี และก็เป็นหนึ่งในครูคนแรกๆ ของพล พี่นายจัดเทศกาลละครศิลปะอะไรประมาณนั้น พลก็เลยอาสาไปช่วย โดยที่พลทำโชว์ชื่อ หุงข้าวอย่างไรให้มีความสุข

จริงๆ แล้วเราจะต้องทำงานนี้ที่ตลาดเจ็ดเสมียน แต่ด้วยความที่เขามีกิจกรรมอื่น ก็เลยต้องย้ายไปที่ลานกิจกรรมอีกทีหนึ่ง น้องๆ ที่มาเข้าชมมาจากศิลปกรกับธรรมศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ หลายๆ คนคงงงว่าพลจะโชว์หุงข้าวอะไร เชื่อไหมครับว่าโชว์ว่านี้ เราหุงข้าวไหม้ไปค่อนหม้อ สุกครึ่งหม้อ กับดิบอีกค่อนหม้อ แต่กลับเป็นโชว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดโชว์หนึ่งของพล พร้อมจะฟังไหมครับ มันยาวหน่อย…..

หลังจากที่เราไปถึงบริเวณงาน ก็มีซุ้มทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทำงานศิลปะนะครับ พลก็สนุกล่ะสิ ดูนาฬิกาแล้วก็ยังเหลือเวลา 2 ชั่วโมงก่อนโชว์ ก็เลยบอกโอมว่า โอมเตรียมงานให้พี่นะครับ พี่หุงข้าวอย่างที่เคยหุง ต้องบอกว่าโอมหุงข้าวกับพลมาหลายงานแล้ว ก็เลยรู้กันดี ครู่หนึ่งโอมก็มาบอกว่าให้ไปดูอุปกรณ์ที่เขาเตรียมไว้ มันไม่เหมาะเท่าไร นี่คือปัญหาแรกของการสื่อสาร เขาไม่เข้าใจวิธีการหุงข้าวแบบที่พลจะทำ อุปกรณ์ที่มีก็คือหัวเตาอันใหญ่มาก กับลังถึง ซึ่งพลต้องการหม้อสแตนเลสก้นหนามีฝาปิด โอมกับทีมงานก็เลยทำหน้าที่ออกไปค้นหามา สิ่งที่ได้มาก็คือหม้ออลูมิเนียมเคลือบใบผอมสูงเหมือนหม้อแขก ซึ่งพลเองเวลาไปทำอาหารจะไม่ค่อยเอาอะไรติดตัวไปด้วยมาก ถือว่าเราต้องปรับตัวให้ได้กับทุกสถานะการณ์ อ้าว ได้ก็ได้ เตรียมแช่ข้าวไว้เลยแล้วกัน ประมาณ 1 โลครึ่ง

พลก็ไปลัลล้านั่งทำงานศิลปกับเด็กๆ ไปทำงานแกะสลักแผ่นยาง แล้วเอามาเป็นพิมพ์เพื่อพิมพ์ภาพ สนุกมากครับ 35 บาทได้งานศิลปะกลับบ้าน พลแกะสลักอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ โอมก็บอกว่ากลับมาหุงข้าวได้แล้ว กลับไปที่เวที ไมโครโฟนมีปัญหาเล็กน้อย ก็เลยใช้เวลาซ่อม คุณฮิโรโกะ เพื่อนของพลจากญี่ปุ่นโทรเข้ามาหาจากญี่ปุ่น เป็นความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เพราะคุณฮิโรโกะคือเรื่องราวของการหุงข้าวในวันนี้ หลังจากวางสาย โชว์ก็เริ่ม โดยมีพี่นายเป็นคนมาร่วมพูดคุย ไมค์ตอนแรกยังไม่ work เพราะ delay มากๆ พลใช้ไมค์ที่ delay ไม่เป็น มันจะทำลายสมาธิในการพูดคุยมาก โดยเฉพาะโชว์นี้ ซึ่งเป็น Drama มากกว่า Cooking Show  พลก็เลยขอใช้เสียงสด โดยการไปนอนอยู่กลางสนาม และขอให้น้องๆ เข้ามาล้อมใกล้ๆ แทน ส่วนการหุงข้าวก็เลยให้โอมเป็นคนหุง ซึ่งปกติ หลังการแช่ข้าวแล้ว จะใช้เวลาในการหุงแค่ 12 นาที พลเริ่มต้นโดยการบอกจุดประสงค์ของการหุงข้าวของพลในวันนี้

การหุงข้าวในวันนี้ ไม่จำเป็นจำต้องเป็นการหุงข้าว จะเป็นการทำน้ำสลัด การผัดก๋วยเตี๋ยวหรืออะไรก็ได้ แต่พลต้องการสื่อถึงเรื่องของความรักในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การอยู่กับเขา ให้เวลาเขา สังเกต เรียนรู้จากเขา พลเล่าให้น้องๆ ฟังว่า ข้าวที่หุงในวันนี้ อาจจะไหม้ทั้งหม้อก็ได้ อาจจะดีมาก หรืออาจจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดจะเป็นประสบการณ์ที่เราได้ใช้ร่วมกัน ถ้าข้าวไหม้ เราจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่พลทำว่าจะไม่ทำอีก หาเหตุผลว่าเพราะอะไร

สำหรับพล ทุกครั้งที่พลหุงข้าวแล้วมีความสุข เพราะพลคิดถึงคุณฮิโรโกะ เพื่อนรักของพลที่ได้ถ่ายทอดเทคนิคของการหุงข้าวด้วยการใช้เตาไฟให้พล ฮิโรโกะสอนพลโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ สิ่งที่ทำให้พลเชื่อมโยงคุณฮิโรโกะกับการหุงข้าวก็คือ คำถามของเธอที่ว่า ก่อนตายคุณพลอยากทานอะไร นี่แหละครับ คือสิ่งแรกที่พลสอนเด็กๆ การที่เราคบใครสักคนที่มาจากต่างที่ ต่างถิ่น ต่างอะไรก็ตาม ถ้าเราจะเรียนรู้ที่จะคบกับ เราต้องไม่เอาตัวเราเป็นหลัก พลฟังและหาเหตุผลของคำถามที่มากับรอยยิ้ม จึงตีความหมายได้ว่า คนญี่ปุ่นมักชอบถามกันว่า อาหารที่ชอบทานที่สุดคืออะไร โดยใช้การเปรียบเปรยถึงอาหารมื้อสุดท้ายในชีวิต ถ้าวันหนึ่งเราต้องเจอเพื่อนใหม่ เราไม่สามารถเอาเพื่อนที่เราเคยมีเป็นบรรทัดฐานว่าเขาจะต้องดีเหมือนกันในแบบเดียวกัน การเป็นเพื่อน เราต้องรักเพื่อนในรูปแบบที่เขาเป็น (ในช่วงนี้่ พลก็หันไปบอกโอมว่าจุดไฟหุงข้าวเลย โดยกะว่าเวลาน่าจะพอดีกับการโชว์)

กลับมาที่เรื่องหุงข้าว แทนที่คำตอบของพล พลถามคุณฮิโรโกะในคำถามที่เธอถาม ได้คำตอบว่า ฉันอยากกินข้าวกับปลาซัมมะย่างในฤดูใบไม้ร่วง สิ่งหนึ่งที่พลสัมผัสได้ก็คือความละเมียดละมัยของเพื่อนคนนี้ ว่าแต่ทำไมต้องฤดูใบไม้ผลิ

คนญี่ปุ่น เกี่ยวข้าวปีละครั้งในฤดูใบไม้ร่วง ดังนนั้นข้าวในฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นข้าวใหม่ซึ่งมีความนุ่มอร่อย แค่ทานข้าวอย่างเดียวก็มีความสุขแล้ว ส่วนทำไมต้องปลาซัมมะ ก็คือปลาซัมมะเขาจะสมบูรณ์ที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูก่อนที่จะวางไข่ โถ…. ช่างคิดนะ จากคำตอบของคุณฮิโรโกะ สิ่งที่พลสัมผัสได้คือ คนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับข้าวไม่น้อยกว่าคนไทยเลย

ข้าวใหม่ในฤดุใบไม้ร่วงมีความชุ่มฉ่ำกว่าข้าวเก่าที่เก็บไว้นาน ดังนั้นการหุงก็ใช้น้ำน้อยกว่าข้าวเก่า เห็นไหมครับว่า การที่เราจะทำอะไรกับใคร เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเขา ในการหุงข้าวเก่า น้ำแรกที่ใช้ล้างข้าวเป็นน้ำที่สำคัญมากที่สุด เพราะอะไร เพราะข้าวที่ขาดน้ำจะดูดซึมซับน้ำแรกเข้าไปมากที่สุด มากกว่าน้ำสองหรือน้ำสาม เหมือนกับอะไรครับเด็กๆ (พลถาม) first impression ไง วันนี้เด็กๆ เจอกับพล ภาพที่พลอยากให้เด็กๆ จำติดตาคือภาพแรกที่เราได้พบกัน ถ้าเด็กเห็นพลในอารมณ์หงุดหงิด โวยวายใส่โอม เด็กก็จะติดภาพนั้น ว่าพี่พลดุนะ นำ้แรกก็คือ First impression ภาพที่คนจะติดตาในตัวเรา ดังนั้นน้ำแรกต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพดี เพราะข้าวจะดูดไปมากที่สุดหลังจากการล้างข้าวด้วยน้ำแรกแล้ว น้ำต่อไป จะเป็นน้ำก๊อกอะไรก็เอาเถอะ แต่น้ำอีกส่วนที่สำคัญก็คือน้ำที่เราจะใช้หุงข้าวนี่แหละ มันก็เหมือนกัน ความสัมพันธ์อันยาวนาน เราจะเป็นอะไรสำหรับกันและกันดีล่ะ (โอม ข้าวสุกยัง คำตอบคือ น้ำยังไม่เดือดเลยพี่) เอาล่ะครับ พลแอบเสียสติไปนิดหนึ่ง ขอลุกจากที่นอนเล่นไปดูข้าว ปรากฏว่าหม้อข้าวมันสูงมาก เป็นทรงเหมือนหม้อแขก (โอมเร่งไฟกว่านี้ได้ไหม ไม่ควรพี่ ข้างล่างไหม้แล้ว ข้างบนยังไม่สุก) 555555555 สนุกอีกแล้ว พลชอบครับ เวลาที่มีสถานการณ์อะไรอย่างนี้เกิดขึ้น เหมือนสวรรค์ส่งอะไรมาให้แก้ (โอมคนๆ ข้าวแล้วปิดฝานะ เดี๋ยวกลับมา) เด็กๆ ครับ เรามีอุปสรรคในการหุงข้าว เหมือนที่พี่เคยหุงที่ le cordon bleu ไหม้ไปครึ่งหม้อ เพราะลืมไปว่าหัวเตาเขามีไฟล่อ ต่อให้ลดไฟ ไฟล่อก็ยังแรงอยู่ บริเวณก้นหม้อตรงไฟล่อก็เลยไหม้ไปซะเยอะ วันนี้พี่พลมาเจอหม้อกับกับหัวไฟที่ไม่คุ้นเคย (วันนี้อากาศดีมาก เราอยู่กลางเขาที่ลมพัดเย็น ตอนแรกคิดว่าต้องทำที่ตลาดซึ่งล้อมรอบด้วยตึก ไม่มีลม) ลมที่พัดทำให้ไฟหายไปครึ่งวง ต้องหมุนเตาอยู่ตลอดเวลา เห็นไหมครับ การมาหุงข้าว outdoor การใช้เตาไฟฟ้าอาจดีกว่าเตาไฟแก๊ส แต่เราก็ยังต้องหุงต่อ พูดมาถึงตอนนี้ ก็ไม่รู้จะบรรยายอะไรต่อแล้ว มันเกินกว่า 12 นาทีแล้ว

เด็กๆ ครับ เวลาที่เราจะทำอะไร เคยสังเกตไหมครับว่า บางที ใจเรายังไม่อยู่กับเขา (หันไปมองโอม ก็ประมาณว่าพูดไปก่อน ยังไม่ได้ อารมณ์ในตอนนั้นกำลังคิดว่าชวนเด็กๆ นั่งสมาธิดีไหม สัก 1 นาที หรือ 5 นาที หรือให้โอมมาสะกิด หรือพอเด็กปิดตาแล้วก็รีบวิ่งไปเช็คข้าวที่โอมหุงดี แต่ก็คิดว่าอย่าดีกว่า บางคนอาจไม่ปิดตา เดี๋ยวมีเสียงหือแล้วจะยุ่ง) เด็กๆ ครับ การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง พี่พลอยากให้ใจเราอยู่ที่นี่ด้วยกัน วันนี้เรามาหุงข้าว ใจเราอยู่ที่นี่หรือเปล่า เราหายใจเข้าออกเป็นลมหายใจเข้าออกเป็นลมเดียวกันสักครั้งดีไหมครับ เพื่อบอกเราว่าเราอยู่ที่นี่จริงๆ (ใจหนึ่งก็คิดว่าลมเดียวอย่างมากก็ 15 วินาที แต่ก็เอาเถอะ ใช้ความจริงใจเป็นตัวขับเคลื่อนดีกว่า) ในระหว่างนี้ พี่นายก็ชวนพลพูดคุยเป็นระยะ ส่วนเชฟโอมก็ยังส่ายหน้า ในที่สุด ทนไม่ไหวแล้ว พี่นายครับ การแสดงต่อไปกี่โมงครับ นี่พลเบียดเวลาคนอื่นหรือเปล่า คนดูหายไปประมาณครึ่ง แต่ก็เข้าใจ อีกครึ่งพลก็เลยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน น้องๆ เราย้ายที่ไปหาพี่โอมดีกว่า ไปช่วยพี่เขาหุง โอมกี่นาทีแล้ว 25 นาทีแล้วครับ อืม ข้าวไหม้แน่นอน ด้านบนไม่สุก แต่พลได้กลิ่นด้านล่างไหม้แล้ว พลก็เลยบอกว่า ตักส่วนบนออกมา ตักส่วนกลางออกมาใช้ ส่วนล่างทิ้งไป ข้าวส่วนกลางสุกแล้วจริงๆ เราก็รีบใช้พัดๆ ให้ข้าวเย็น พลเลยเอามิโซมาผสมน้ำตาลกับมิริน เอาข้าวมาคลุกเกลือ มามือชุบน้ำ แล้วปั้นเป็นก้อนโอนิกิริ แล้วทามิโซซอส แล้วย่างกับเด็กๆ บนเตาถ่าน ความสุขเสียงหัวเราะกลับมาแล้ว หอมจังเลยอ่ะ 5555555 ในที่สุดโชว์ก็มีทิศทางไปของมัน เราย่างข้าวกันอย่างสนุกสนาน แล้วเด็กๆ ก็เคลื่อนตัวไปดูงานอื่นต่อ

พลใช้เวลากับทีมงาน นั่งดูงานศิลปะ อื่นๆ ต่อจน สามทุ่ม ก็ขอกลับดีกว่า โอมขับรถให้ หิวข้าวมาก แต่ไม่มีอะไรขายแล้วระหว่างทาง ก็เลยไปกินบะหมี่โจ๊กกันที่ Landmark แล้วก็กลับบ้านกัน

พลถึงเตียงเที่ยงคืน ไอทั้งคืน นอนแทบไม่ได้ ป่วยครับ

This entry was posted in ไดอารี่ของพล. Bookmark the permalink.

4 Responses to เทศกาลละครที่เจ็ดเสมียน

  1. Angel says:

    สงสัยเหนื่อยๆติดกันหลายวัน ร่างกายคงต้องพักผ่อนบ้างแล้วละค่ะ

  2. kittyammy says:

    เรื่องของข้าววันนี้สนุกดีค่ะ พี่พลเข้าใจปรับเหตุการณ์ให้เป็นไปด้วยดีเยี่ยมมาก แต่แอบเสียดายข้าวที่มันไหม้จัง
    ฝากชมเชฟโอมด้วยนะคะว่าเก่งมาก ได้เจอตัวจริงที่งานนอติลุส เวิร์คชอป ก็ใจดีจัง คอยช่วยคอยสอนตลอดเลย ประทับใจค่ะ

  3. NuuOr says:

    แม้ข้าววันนั้นจะไหม้..แต่น้องๆที่มาช่วยกันปิ้งข้าว
    ก็ทำให้ข้าวไหม้อันนั้นอร่อยใน♡จริงๆ

    PS. หุงข้าวแล้วไหม้ก็มีความสุขได้นะเออ^ㅅ^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s