เริ่มวันใหม่

วันนี้ทำคนเสียน้ำตาอีกแล้ว

วันนี้พลตื่นแต่เช้าไปบ้านแม่ครับ เนื่องจากตอนเช้ามีไหว้พ่อ พ่อของพ่อเพิ่งเสียไปเมื่อปีกว่าๆ นี่เอง พรุ่งนี้เราจะไหว้ตรุษจีน วันนี้เราเลยไหว้บรรพบุรุษก่อน ก็เรียกว่าเป็นการรวมญาติแบบ softๆ น่าครับ ทุกครั้งที่พลเจอกับครอบครัว เรามักจะห่วงเขาเสมอ โดยเฉพาะครอบครัวพลเป็นครอบครัวใหญ่ มีหลานเยอะ และหลานๆ ก็มีหลายอารมณ์มาก ทั้งเรียนเก่งถึงขนาดเกียรตินิยม และก็เรียนธรรมดา แล้วก็แบบเรียนไม่เอาไหน

บอกตรงๆ ว่าการเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่พลไม่เคยรู้สึกว่าคนที่ได้เกียรตินิยมจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป พลได้เห็นหลานที่เรียนจบมาช่วงหนึ่ง แต่ยังไม่ทำงาน เพราะนั่งอ่านหนังสือสอบ เพื่อให้ได้สามารถบรรจุ และไปเรียนต่อในสายที่ตัวเองเรียนมากับปริญญาโทอีกสองใบ ตามที่พ่อและน้าอยากให้ทำ แต่เจ้าตัวไม่อยากทำ คำถามของพลคือทำไมไม่หางานทำ คำตอบคือต้องอ่านหนังสือสอบ สอบในอะไรเหรอ สอบในสิ่งที่ไม่ต้องการ สอบในสิ่งที่คนอื่นต้องการ บอกตรงๆ ว่าสงสาร แต่ใจหนึ่ง เด็กเองก็ต้องมีความคิดความอ่านพอที่จะลุกขึ้นมาสู้กับความคิดความอ่านของตัวเอง พลยกตัวอย่างอะไรมาเยอะแยะเพื่อให้เด็กสู้ ผลลัพธ์คือน้ำตา บอกตรงๆ สิ่งที่รู้สึกคือเด็กไม่มีภูมิคุ้มกัน เห็นแล้วเศร้าแต่คงต้องปล่อยไป ทำอะไรไม่ได้ พ่อแม่ให้เงินลูกได้ แต่จะให้ได้ไปถึงวันไหน รู้สึกเศร้านิดๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ เอาเถอะชีวิตใครก็เลือกเอง ถ้าไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำให้สิ่งที่ตัวเองฝัน ก็ช่วยไม่ได้ ก็หวังว่าสิ่งที่พลทำจะจุดประกายให้เด้กมีภูมิคุ้มกันได้บ้าง

หลังจากใช้เวลากับที่บ้าน พลก็ย้ายมาบริษัท ประชุมและประชุม แล้วก็ไป Summer เพื่อ test product เกือบท้องระเบิด เนื่องจากพลต้องการทำเมนูใหม่ ก็ลองต้องไปดูของเก่าว่าจะปรับอะไรทำอะไรใหม่บ้าง หลังจากนั้น ก็มีนัดกับคนๆ หนึ่งที่เขาอยากพบเพราะต้องการคำปรึกษาเรื่องเปิดร้าน ไม่คิดเลยว่าเป็นการเสียเวลา และเสียเวลาอย่างที่สุด เราได้เคยคุยกันทางโทรศัพท์มาสองครั้ง เรื่องที่ได้ฟังก็เหมือนวนอยู่ในอ่างไม่ไปไหน วันนี้ฟังซ้ำอีก ไม่ไหวแล้ว เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ต้องขอตัวให้เจ้าตัวไปค้นหาตัวเองก่อน และต้องเสียมารยาทเรียนตรงๆ ว่า ถ้ายังไม่พบตัวเอง แล้วมาปรึกษา ต้องการปรึกษาอะไร งง เสียเวลามาก สรุปที่แนะนำไปก็คืออย่าทำเลยครับ เหนื่อยหรือเกิน กลับบ้านสลบ ตื่นขึ้นมากินข้าวแล้วก็มาเขียน Blog นี่แหละ

This entry was posted in ไดอารี่ของพล. Bookmark the permalink.

6 Responses to เริ่มวันใหม่

  1. Angel says:

    อุ้ย! วันนี้ดุจังเลย เด็กๆร้องไห้แงๆกันเป็นแถว ฮือม์.. ไม่กล้าไป meeting แล้วละ กลัวโดนดุอ่ะค่ะ เขียน-อ่าน blog แล้วหายเหนื่อยยังคะ โอม.. เพี้ยง ขอให้หายเหนื่อยค่ะ โอมเพี้ยง.. อีกที ขอให้อารมณ์แจ่มใสค่ะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮั่วใช้ค่ะ (ใช่ไหมคะ)😉

  2. mejee says:

    ดีแล้วพูดให้เขาฟังในสิ่งที่เขาเอง ทำไม่ได้ บางทีมันอาจช่วยได้ แต่บางคนมันยากเหลือเกิน
    เเม้คนใกล้ตัวเรา เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปคาดหวังในตัวเขา ตัวเขาเองยังไม่รู้เลย ว่าสิ่งที่เขาต้องการต้องทำคืออะไร สิงสำคัญสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ก็ มีผลกับเขาเหมือนกัน เขาชินจนเกินที่จะรับกับสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลง หนูว่าพี่พลทำถูกแล้ว อย่างน้อยน้ำตาก็ทำให้เขารู้ว่าเขาควร]ลุกมาทำอะไรสักอย่าง ก็ได้ สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ จิตใจ เบิกบาน ดีกว่า

  3. tukta says:

    เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ใจนะคะ พี่พลพูดไปตาคิดว่าน้องเค้ารับรู้และเข้าใจกับสิ่งที่พี่พยายามจะบอกเค้าแน่นอน แต่ถ้าเค้าคิดเองไม่ได้ มันก็ไม่เกิดผลอะไร น้องเค้าอาจจะเป็นคนที่อยู่ในกรอบว่าโดยตลอด ครอบครัวอยากให้ทำอะไร ก็ทำได้ ชอบไม่ชอบก็อีกเรื่องแต่ทำได้ อาจจะไม่อยากทำให้ครอบครัวผิดหวัง ถ้าวันนึงเค้าคิดได้เค้าจะย้อนกลับมาคิดว่า แล้วความหวังของเค้า ความฝันของเค้าอยู่ที่ไหน? คงต้องรอให้เค้าคิดได้เองน่ะค่ะ

    จริงๆเรื่องทำนองนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง ใครพูดอะไรมา ถามว่ารู้มั้ย รู้ เข้าใจมั้ย เข้าใจ แต่ทำไม่ได้ เพราะคิดไม่ได้ จนมาถึงตอนนี้ ย้อนหลับไปนึกเสียดายช่วงเวลานั้นๆ แต่ก็นะ บอกตัวเอง เอาน่า! ไม่ช้าไปกว่านี้ก็ดีแล้ว

    ปล.. ขอบคุณพี่พลสำหรับความคิดีดี คำปลอบใจดีดี (ที่ออกจะโหดเล็กน้อย 55) ไม่รู้พี่จะยังจำได้อยู่มั้ย? ตาจำคำพูดพี่ได้ พี่บอกว่า วันนี้น้องอาจจะยังคิดแบบที่พี่บอกไม่ได้ ถ้าเวลาผ่านไป กลับมาถามตัวเอง น้องเองก็จะไม่เอามันเหมือนกัน! พี่เสียเวลาคุยกะตาเกือบ ชม. แต่ผลออกมาคือ พี่ทำให้ตาคิดตามได้ และกลับมานั่งยิ้มได้กับคำพูดของพี่ทุกวันนี้ เป็นอย่างที่พี่พูด เพราะนู๋เองก็ไม่เอามันแล้วเหมือนกัน! ^_^

    ปล2 .. มีความสุขกับวันตรุษจีนนะคะ🙂

  4. ezy says:

    วิธีสอนของแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่ครับ วิธีของพี่อาจจะเป็นกาแฟรสเข้มเกินไปสำหรับน้องคนนั้นก็ได้ เขาเลยบ้วนทิ้ง แต่เชื่อว่าเขาน่าจะได้รู้ว่ากาแฟมันไม่ได้หวานนะ มันก็มีความขมในตัวของมัน ถ้าเขาอยากทานกาแฟรสเข้ม เขาก็ต้องค่อย ๆ หัดทานไปเรื่อย ๆ สุดท้ายถ้าเขาไม่ละความพยายามเขาก็น่าจะทานได้

    คิดว่าคำแนะนำตรง ๆ ของพี่กับคนที่มาปรึกษากับพี่ก็น่าจะมีประโยชน์กับเขานะครับ การมาขอคำปรึกษาโดยที่ไม่มีกรอบให้คนให้คำปรึกษานี่เป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก การที่จะได้ผลลัพธ์ไม่ดีก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก ทางฝ่ายนั้นก็คงต้องกลับไปทำการบ้านให้ดีกว่านี้ก่อน เพื่อที่ฝ่ายที่ให้คำปรึกษาจะได้ให้คำปรึกษาที่ตรงประเด็นกับสิ่งที่เขาต้องการ มิเช่นนั้นก็คงวาดฝันกันไปเรื่อย ออกมาเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เสียที ก็หวังว่าเขาจะมาหาพี่คราวหน้าด้วยประเด็นที่เฉพาะเจาะจงกว่าวันนี้ครับ

    แหมสองเรื่องนี้ก็ดูคล้าย ๆ กันนะครับ

  5. ping says:

    เห็นด้วยกับความคิดพี่พลมากๆค่ะ เดี๋ยวนี้เด็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความคิดที่จะลุกขึ้นมาสู้กับชีวิตตัวเองได้แต่นั่งอยู่ในกรอบความคิดของคนอื่น พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ปลูกฝังทัศนคติที่ใช้ไม่ได้กับการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันให้กับลูก ตั้งใจเรียน เรียนเก่งๆสูง สุดท้ายได้งานไม่ได้งานค่อยว่ากัน เห้อ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s