Chef Yuya @ my place – first time

เมื่อวานนี้ได้รับข้มความจากคุณ Ayaka ว่าเชฟ Yuya ไม่สามารถมาหาผมในวันศุกร์ได้ เชฟจะว่างวันพุธเย็น กับวันอาทิตย์ OMG วันอาทิตย์ขอนอนเฉยๆ หน่อยแล้วกัน ผมจึงใจแข็งตัดสินใจที่จะพบกับเชฟในวันนี้ (วันพุธเย็น) ก่อนอื่นก้เลยต้องรีบโทรศัพท์ให้เหล่าพ่อครัวของผมเตรียมของอย่างเต็มที่ ตอนแรกคาดว่าจะชวนเชฟมาที่บ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจ เพราะคงเตรียมไม่ทัน จึงตัดสินใจว่าเราจะทำอาหารกันที่ครัวกลางครับ ครัวกลางอาจเป็นที่ใหม่สำหรับพวกเราที่ไม่คุ้นแคย ครัวกลางของผมคือที่ผลิตอาหารครับ อธิบายง่ายๆ ก็คือเหมือนโรงงานเล็กๆ ที่ทำทุกอย่างผลิตจากที่นี่แล้วก็ส่งออกไปร้าน สาเหตุที่ผมเลือกที่จะทำที่นี่ในครั้งนี้ คงเป็นเพราะนัดมาด่วน กลัวเตรียมของไม่ทัน ที่ครัวกลางมีทุกอย่าง จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงอย่างไร

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือตารางการทำงานของผมครับ

ลืมเล่าให้ผังว่าตอนนี้ผมกลับมาเป็นเด็กนักศึกษาอีกครั้ง ชอบจัง เวลาที่าบอกว่าไปเรียนอะไรสักอย่าง มันทำให้ดูผมเด็กยังไงไม่รู้ จริงๆ แล้วเรื่องของการเรียนเป็นเรื่องที่ไม่มีที่สิ้นสุดนะ ตอนนี้ผมกลับไปเรียนทำ Bakery ที่ Le cordon bleu dusit ครับ เนื่องจากเขาเปิดคอร์สใหม่เป็นเครื่องของขนมปังล้วนๆ จริงๆ แล้วตารางเรียนของผมคือทุกวันอังคารและพุธ 8.15 ถึงบ่าย 3 ครึ่ง แต่วันพุธนี้มีการเปลี่ยนแปลง เชฟขอเลื่อนเป็น 12.30 ถึง 5 โมงเย็น ผมก็เลยตกลงที่จะนัดเชฟ Yuya ตอน 6 โมงที่ครัวกลาง แล้วเรื่องยุ่งๆ ให้ปวดหัวก็เกิดขึ้น

ในวันอังคารที่ตกลงว่าจะทำกับเชฟในวันพุธ พ่อครัวผู้ช่วยผมก็หยุดหายตัวและไม่ยอมรับโทรศัพท์ คนในปัจจุบันเป็นอย่างนี้เยอะมาก เริ่มชินแล้ว เด็กยุคใหม่มีอะไรก็หลบ ไม่รับโทรศัพท์ มารยาทเล็กๆ น้อยๆ หลายไปหมดแล้ว บางที เขาคิดว่าเรารัก เขาก็เลยชอบหาประโยชน์จากความรัก จนลืมนึกไปว่า รักได้ก็หมดรักได้เช่นกัน คนเราก็มีที่ที่จะเลือกรัก คนน่ารักมีมากมาย จริงไหมครับ สรุปว่าเมื่อผมติดต่อคุณผู้ช่วยไม่ได้ ก็เลยต้องรบกวนพ่อครัวของผมที่ครัวกลางแทน เรียบร้อยครับ ไม่มีปัญหาอะไร ปัญหาอยู่ที่…

ในวันพุธ ผมตื่น 7 โมงพร้อมกับโทรศัพท์จากคนที่เพิ่งมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวได้ไม่ถึงสัปดาห์ว่า ผมท้องเสียมากไม่ได้ ผมก็ต้องหอบหิ้วตัวเองไปที่ครัวกลางแต่เช้าครับ เพราะมีนัดทำงานเกี่ยวกับ Wicked เข้าไปทำสูตรขนมให้เขา ไปถึงก็เจอคุณผู้ช่วยที่เป็นพ่อครัวอยู่ที่นั่น ไม่พูดอะไรแม้แต่ขอโทษหรืออธิบายว่าทำไมไม่มา แปลกดีคนเรา ก็เอาเถอะนะ ปล่อยเขาไป ผมเป็นคนไม่ค่อยถือสาอะไร เชื่อมั่นว่าใครทำอะไรก็ได้แก่ตัวเอง รักดีก็ได้ดี เคารพคนอื่นก็ได้ความเคารพ ไม่เคารพคนอื่นก็จะไม่ได้ความเคารพจากคนอื่นเช่นกัน ผมอยู่ที่ครัวกลางจาก 8 โมงเช้าถึง 11.30 ก็รีบไป le cordon bleu ปรากฏว่าไปสายหนึ่งนาทีครับ ก็เลยไม่ได้ทานข้าวเที่ยง แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือ ที่เชฟบอกว่าจะเลือก 5 โมงกว่าๆ ปรากฏว่า 6 โมงยังไม่เลิก แย่แล้วพลเอ๋ย รีบขอตัวไปห้องน้ำ โทรให้คนช่วยดูแลเชฟก่อน ที่แย่กว่านั้นคือ ผมลืมสนิทว่าผมมีนัดกับผู้บริหารสินค้า kenwood ที่บริษัทอีกที่หนึ่ง ทีมงานโทรมาว่าเขามาคอยแล้ว ในที่สุด 6 โมงครึ่ง ต้องตัดสินใจบอกเชฟซึ่งดูทีท่าว่า 1 ทุ่มก็คงไม่เสร็จ บอกเขาไปว่าต้องไปทำงานแล้ว และก็วิ่งร้อยเมตรไปเอาของที่ locker เชื่อไหมครับว่ากุญแจเปิดไม่ออก รหัสเปลี่ยน ตัวเลขสามหลัก ผมเดาไม่ถูกว่าจะเอาตัวไหนดี ผมไหว้กุญแจที่หนึ่งบอกเขาว่าอย่าเล่นตลกเลย ต้องไปแล้ว ในที่สุดก็เลื่อนไปมา แล้วก็เปิดได้ประมาณ 1 นาที แต่เป็นความรู้สึกเหมือนยาวนานเหลือเกิน

หลังจากขึ้นรถได้ ก็คงไม่ต้องบอกว่ารถติดแน่นอน แถมน้ำมันก็จะหมด ในที่สุด สิ่งที่ผมทำก็คือ โทรบอกพนักงานที่บริษัทว่าให้พาผู้บริหาร Kenwood มาที่ครัวกลางให้ได้ แล้วผมก็เร่งอย่างเร็วที่สุด มาถึง 1 ทุ่มครึ่งครับ เป็นนัดที่สองที่สายอีกแล้ว เขาจะมองว่าคนไทยไม่รักษาเวลาหรือเปล่านะ

ผมขอหายใจประมาณ 3 นาที พูดคุยกับน้องแพรว ผู้บริหารรุ่นหงานจาก kenwood ได้สองสามคำ ก็ขอตัวออกไปทำครัว วิ่งไปมาอยู่อย่างนั้น เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า เชฟ Yuya วันนี้มาพร้อมกับชีสที่หมักมิโซให้ผมทานเล่น แต่บอกว่าต้องหมักอีก 2-3 วันถึงจะทานได้อร่อย นี่แหละนะ มารยาทสังคมเล็กๆ น้อยๆ น่ารักที่สุด

ผมทำพริกแกงครับ พริกแกงแดงนี่แหละ และเมนูแรกที่ทำก็คือ ไก่คาราอาเกะผัดพริกขิง 555 ดัดแปลงแค่ตัวไก่ทอดน่าครับ ผมทำน้ำปลาหมักกับขิงและกระเทียม ซึ่งหมัก 1 คืน แล้วเอามาหมักไก่ประมาณ 5 นาทีก็พอ เสร็จแล้วก็คลุกกับแป้งข้าวเจ้าที่ผสมแป้งสาลีเล็กน้อย แล้วก็นำไปทอดให้กรอบดี ต่อจากนั้น ก็ทำพริกแกงแดงเป็นพื้นไว้ก่อน แล้วก็ตักมาเล็กน้อย ใส่ผิวมะกรูดเพิ่ม เอามาผักกับถั่วหวาน ไก่คาราอาเกะน้ำปลา ปรุงรสตามใจ ส่วนจานที่สอง ผมเอายี่หร่า ลูกจัน ลูกผักชี ไปคั่วแล้วตำกับรากผักชีเล็กน้อย แล้วเอาไปใส่พริกแกง ทำแกงเผ็ดเป็ดย่าง 555 เชฟบอกว่าที่โรงแรม Canteen ก็ทำอาหารไทยให้กิน แต่ไม่เคยกินรสชาติอย่างนี้ เอ๋ ควรดีใจไหมนี่เรา หลังจากแกงเผ้ดเป็ดย่าง ผมก็ทำใบชะพูลชุบแป้งทอด โดยใช้พริกแกงมาเป็นส่วนผสมกับแป้งทอด และสุดท้ายเราจบด้วยทอดมันครับ สำหรับตัวทอดมัน เราใช้กระชายกับยอดใบกระเพราที่ฉุนๆ เยอะ ๆ และทุกอย่างก็จบลงไปประมาณ 4 ทุ่ม เชฟมีกินเลี้ยงกับพนักงานครัว ผมพาคุณแพรวจาก Kenwood ไปทานราเมงกับน้องทีมงานที่ HWM และก็เชิญเหล่าเชฟที่ชอบเตรียมอาหารที่ครัวกลาง

ผมและเชฟ Yuya เรามีนัดกันอีกครั้งวันพุธหน้าครับ เหนื่อยจัง ไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักรูป เหลือเชื่อว่าชีวิตผ่านวันนี้มาได้

ลืมบอกว่า ปลายเดือนนี้ ผมมีทำงานที่ Thaifex ที่เมืองทองธานีเกือบทุกวัน สนุกแน่ๆ อย่าลืมมาพบกันนะครับ รายละเอียดผมจะมาเล่าให้ฟัง เหนื่อยจังครับ🙂

This entry was posted in ไดอารี่ของพล. Bookmark the permalink.

5 Responses to Chef Yuya @ my place – first time

  1. apple says:

    และแล้วก็ผ่านวันยุ่งๆไปอีกวัน ไปสายอีกแว้ว แต่ก็จบลงด้วยดี วันนี้คงจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วนะคะ🙂

  2. jane says:

    เมื่อวานแอบเห็นพี่พลแว้บนึงแต่ไม่ทันได้ทัก ขอโทษทีนะคะ
    ชีวิตที่มีลุ้นทุกวันนี่ตื่นเต้นดี ถ้าเป็นวันสบาย ๆ คงไม่ใช่วันแบบพี่พลนะสิ
    good luck always🙂

  3. tukta says:

    ใครที่เคยแต่ดูละครที่พี่แสดงเห็นพี่หายไปมาเป็นเซฟ ก็มีรายการอาหารให้ออกสื่อไม่มาก ดูเหมือนพี่ก็จะเงียบๆในแบบของพี่ แต่ถ้าใครมาได้อ่านได้รู้ว่าวันๆนึงพี่ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เค้าจะได้รู้ว่าถ้าไม่ยุ่งไม่ใช่พล 555😛
    เข้าใจอารมณ์ที่ไหว้กุญแจเลยค่ะ ประมาณขอเถอะนะๆ แบบไม่รู้จำทำไงดี เล่นของซะหน่อยนึง ฮ่าๆ ^^”
    คนที่หลบหน้า ที่ไม่รับโทรศัพท์แบบนนี้ในสังคมตอนนี้มีมากเหลือเกิน แล้วก็เป็นแบบที่พี่พูดด้วยคือ ไม่พูด ไม่อธิบาย ไม่ทำอะไร ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลกดีเนอะ สงสัยจะแบบแพลนของคนนิสัยเช่นนี้ ตอนนี้ก็เจอคนแบบนี้อยู่ ก็ไม่เข้าใจว่าถ้าบอกเค้าไปไม่ง่ายกว่าเหรอ ทำไมต้องให้ใครเค้ารอโดยที่ไม่รู้ว่าจะยังไงต่อไป หรือมันพูดยากมากก็ไม่รู้ แต่ถ้าพูดความจริงคงไม่ยากเท่าไหร่ แต่ถ้าโกหกอาจจะลำบากหน่อย เอาไงให้เนียน เหอะๆ (แอบมีอารมณ์ร่วมเล็กน้อย คิดแล้วมันปิ๊ดดดเล็กๆ อิอิ)
    จริงที่สุดเลยค่ะพี่ เมื่อรักได้ก็หมดรักได้ เราเลือกที่จะรักได้ บางครั้งคนที่เค้าคิดว่ารักเค้ามักจะมองข้ามเราไปเหมือนเรายังไงก็ได้ แต่จริงๆมันไม่ใช่ยังไงหรืออะไรก็ได้ แค่ไม่อยากมีปัญหา(ในตอนนั้นๆ) เท่านั้นเอง

    ปล.ปกติจะอ่านหรือตอบทางโทรศัพท์ มาวันนี้อ่านทางโทรศัพท์ไม่ไหว ยาวเกิ๊นนนนน พี่พลเก็บกดม๊า 555😛 .. อ่ะล้อเล่นๆๆๆๆ กิกิ

  4. หม่อน says:

    แค่อ่านก็เหนื่อยแทนพี่พลแล้ว ช่างเป็นวันสุดยุ่งจริงๆค่ะ

    ขำพี่พลที่ไหว้กุญแจเนี่ยแหละค่ะ แต่คิดว่าเกือบทุกคนเคยเป็นมาก่อนแล้วเวลานั้นก็ต้องขำไม่ออกด้วย

    พี่พลสู้ สู้นะคะ พักผ่อนด้วยค่ะ

  5. numphueng says:

    ไม่ว่าจะเจอเรื่องวุ่นวายสักแค่ไหน พี่พลก็สามารถผ่านมันไปได้ด้วยดีอยู่แล้วล่ะค่ะ เมื่อวานเจอเหตุการณ์เดี๋ยวกับพี่เลย ตอนไปกดเงินที่ตู้ atm บนรถไฟฟ้า ผึ้งไม่ค่อยพกเงินสดติดตัวสักเท่าไหร่ จะใช้ก็ค่อยไปกดแถมเป็นคนที่ชอบเลือกสถานที่ที่จะกดด้วย ถ้ามีคนผ่านไปผ่านมาเยอะๆนี่ไม่เอาเลย เมื่อวานก็เลยกดบนรถไฟฟ้านี่แหละ ต่างธนาคารก็ไม่เป็นไร ที่ไหนได้เครื่องมันค้างอ่ะ เงินออกมาแต่มันไม่ให้ slip ไม่คืนบัตร ค้างอยู่นาน แถมโทรศัพท์ก็แบตหมดอีก จะโทรแจ้งใครได้ล่ะเนียะ นึกถึงพี่พลที่เล่าให้ฟังว่าต้องรอประมาณ 5 นาที ก็เลยยืนรอมั่ง แล้วมันก็ออกมาจริง ๆ ล่ะ วันที่ 10 คงได้เจอกันแล้วจะไปแนะนำตัวนะ คราวก่อนงานหนังสือไม่ได้แนะนำตัวกันเลยค่ะ คิดถึงเสมอ หาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ สู้สู้ ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s